Author Archive grossdeceptions

Air Compressor คืออะไร ทำงานอย่างไร?

แอร์คอมเพรสเซอร์ พูม่า

Air Compressor คืออะไร หลักการทำงาน มีอย่างไรบ้าง?

หลายท่านอาจจะมีคำถามที่ว่า  Air Compressor คืออะไร และแอร์คอมเพรสเซอร์นี้ทำงานอย่างไรบ้าง เราสามารถนำอุปกรณ์หรือเครื่องมือดังกล่าวนี้ไปใช้กับงานประเภทใด ในบทความนี้ผู้เขียนจะมากล่าวและอธิบายให้ท่านฟังว่า จริงๆแล้วนั้น  แอร์คอมเพรสเซอร์คืออะไร และเราจะนำ Air Compressor นี้ไปใช้งานแบบใดบ้างค่ะ

แอร์คอมเพรสเซอร์นั้นเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่ง ที่นิยมนำไปใช้บีบอัดอากาศแรงดันสูง แล้วทำการเก็บแรงดันอากาศที่ได้จากการบีบอัดนั้น ไปเก็บไว้ในถังเก็บอากาศ ซึ่งการทำงานของแอร์คอมเพรสเซอร์นี้ จะทำงานคล้ายคล้ายกับปอดของมนุษย์เรา  ซึ่งเมื่อเรามีการหายใจเข้าออกอากาศก็จะถูกเก็บไว้ในปอดในช่วงหายใจเข้าและอากาศจะถูกถ่ายออกมาในช่วงที่เราหายใจออก หรือเมื่อเรามีการกลั้นหายใจไว้อากาศก็จะถูกเก็บไว้ในปอดรอวันนำไปใช้งานอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการถ่ายเทอากาศนี้ก็จะเหมือนกับเวลาที่อากาศแรงดันสูงที่อยู่ในคอมเพรสเซอร์ ถูกจ่ายออกมาด้านนอกผ่านทางวาล์วและสาย หรือท่อจ่ายอากาศประเภทต่างๆ ซึ่งเหมือนกับเวลาที่อากาศในปอดของเราถูกถ่ายเทออกมาด้านนอกผ่านทางรูจมูกหรือปาก

แรงดันอากาศที่อยู่ในแอร์คอมเพรสเซอร์นั้น จะมีปริมาณที่จำกัดมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับขนาดของถังเก็บลม และความสามารถในการทนแรงดันสูงสุดของอากาศเมื่อมีการบีบอัดของแอร์คอมเพรสเซอร์นั้นๆ โดยความดันหรือแรงดันที่เก็บไว้นี้ เราสามารถตั้งค่าหรือกำหนดได้โดยผ่านอุปกรณ์ประเภท เกจควบคุมแรงดันที่ส่วนใหญ่แล้วนั้น จะติดตั้งมาพร้อมกับแอร์คอมเพรสเซอร์ให้เราได้เลย

การทำงานของ Air Compressor

การทำงานโดยทั่วไปของ Air Compressor คือเมื่ออากาศที่ถูกเก็บอยู่ในถังเก็บอากาศภายในแอร์คอมเพรสเซอร์มีปริมาณต่ำลงซึ่งอาจจะอยู่ใน จุดกำหนดที่เราได้ตั้งค่าไว้ให้คอมเพรสเซอร์เริ่มต้นการทำงานอัดแรงดันอากาศเพื่อเก็บไว้ลงในถังอีกครั้ง  แอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะเริ่มทำงานโดยการทำการบีบอัดแรงดันอากาศให้เราใหม่อีกครั้ง และเมื่อแรงดันที่ถูกเก็บไว้ในถังถึงจุดที่เราได้ตั้งค่าไว้ให้คอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน แอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะหยุดทำงานให้เราเองโดยอัตโนมัติทันที ซึ่งรอบการทำงานจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะเลิกใช้แอร์คอมเพรสเซอร์ หรือจนกว่าแอร์คอมเพรสเซอร์จะหยุดทำงาน โดยแอร์คอมเพรสเซอร์นี้เป็นเครื่องมือที่นิยมนำไปใช้งานในระบบนิวเมติกส์และไฮดรอลิค ในปัจจุบัน มีหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกใช้งานทั้งที่เป็นปั๊มลมแบบเคลื่อนที่ และคอมเพรสเซอร์แบบติดตั้งลงในสถานที่ที่ต้องการใช้งานเลย

Air Compressor กับการรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

air compressor การใช้งาน

แอร์คอมเพรสเซอร์หรือเครื่องบีบอัดอากาศ สามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆได้อย่างหลากหลาย โดยงานที่เห็นกันได้ทั่วไปคือ ใช้สร้างแรงดันอากาศสูงเพื่อที่จะนำแรงดันอากาศสูงสำหรับงานทำความสะอาดเช่น เป่าฝุ่นหรือเศษสิ่งสกปรกออกจากอุปกรณ์ต่างๆ เครื่องมือไฟฟ้า ทำความสะอาดยางรถยนต์ ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ หรือแม้กระทั่งใช้สร้างแรงดันอากาศสูงสำหรับงานก่อสร้างทั่วไป เช่น ใช้อัดอากาศสำหรับจ่ายให้กับปืนลมต่างๆ ตลอดจนพวกอุปกรณ์ที่เป็นกระบอกลมหรือกระบอกสูบงานนิวเมติกหรืออุปกรณ์อื่นๆในระบบไฮโดรลิค เป็นต้น ไม่ต้องแปลกใจเลยที่ปัจจุบันนี้อุปกรณ์ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้งานได้อย่างหลากหลาย หากเรามีการดูแลบำรุงรักษาเป็นอย่างดีแล้ว แอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะสามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นอีกด้วย

ประเภทของ Air Compressor มีกี่แบบ อะไรบ้าง?

แอร์คอมเพรสเซอร์ในปัจจุบันนี้จะนิยมใช้งานอยู่ 2 ประเภทหลักหลักคือ แอร์คอมเพรสเซอร์แบบใช้แก๊สและแชร์คอมเพรสเซอร์แบบใช้ไฟฟ้า โดยแต่ละประเภทก็จะมีขนาด ราคา และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป บางประเภทหรือบางรุ่นมีขนาดเล็ก ราคาถูก สามารถพกพาได้ บางรุ่นมีขนาดใหญ่ใช้งานเฉพาะทาง มีราคาสูง โดยทั่วไปแล้วคุณภาพของแอร์คอมเพรสเซอร์นั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของถังเก็บอากาศ ระบบควบคุมแรงดันอากาศ  ออปชั่นอื่นๆที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้มีความสะดวกในการใช้งานอุปกรณ์นั้นๆ ตลอดจนออปชั่นในการรักษาความปลอดภัย(safety)ให้กับอุปกรณ์ และผู้ใช้งานอีกด้วย

แอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีขนาดใหญ่จะมีออปชั่นการทำงานที่ยืดหยุ่น นิยมนำไปใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรมมากกว่าการใช้งานภายในบ้านเรือน แอร์คอมเพรสเซอร์จะมีทั้งแบบสถานะเดียวและ 2 สถานะ แอร์คอมเพรสเซอร์แบบ 2 สถานะจะมีมอเตอร์ที่เราสามารถควบคุมความเร็วในการสร้างแรงดันอากาศหรือบีบอัดอากาศได้ โดยแอร์คอมเพรสเซอร์แบบ 2 สถานะนี้จะทำงานหนักกว่าแบบสถานะเดียว หากเราต้องการใช้งานแบบ 2 สถานะ เราจำเป็นต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพของงานที่ได้ด้วยว่าคุ้มค่ากับการใช้งานแอร์คอมเพรสเซอร์แบบสองทางหรือไม่

แอร์คอมเพรสเซอร์ แบบใช้น้ำมันหล่อลื่น และไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่น ต่างกันยังไง?

แอร์คอมเพรสเซอร์บางชนิด จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างที่จะสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แอร์คอมเพรสเซอร์ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นนี้ก็มีข้อดีคือ คอมเพรสเซอร์จะมีเสียงที่เงียบกว่าคอมเพรสเซอร์ที่ไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่น  และเราจะเห็นได้ว่ามีช่างหรือผู้ที่ใช้แอร์คอมเพรสเซอร์ นี้จะนิยมใช้แอร์คอมเพรสเซอร์แบบที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นมากกว่าแบบที่ไม่ได้ใช้เนื่องจากว่า คอมเพรสเซอร์ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นหรือมีน้ำมันหล่อลื่นจะมีแนวโน้มที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าและทำงานได้เงียบกว่า(เหมือนกับอุปกรณ์ประเภทอื่นๆในระบบนิวเมติก เช่น กระบอกลมนิวเมติก) แต่บางครั้งเราก็พบว่า แอร์คอมเพรสเซอร์ก็ไม่เหมาะกับการใช้งานบางประเภทเหมือนกัน

แอร์คอมเพรสเซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยแก๊สหรือทำงานด้วยแก๊สนั้นจะทำงานได้ดีกับพื้นที่ทำงานหรือโซนก่อสร้างที่ยังไม่ได้ติดตั้งไฟฟ้า ข้อดีของคอมเพรสเซอร์ประเภทนี้ก็คือคอมเพรสเซอร์ compressor ประเภทนี้จะให้พลังงานและความเร็วหรือแรงดันอากาศได้เร็วกว่าแบบใช้ไฟฟ้า และข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือแอร์คอมเพรสเซอร์ประเภทนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สายไฟหรือไฟฟ้ามาช่วยในการกระตุ้นให้ทำงาน เครื่องอัดอากาศแบบแก๊สนี้จะต้องใช้งานในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้งานในปัจจุบันจะนิยมใช้งานกับแอร์คอมเพรสเซอร์ที่เป็นไฟฟ้ามากกว่า

การดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์

การดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์ให้อยู่ในสภาพดีนั้น จะช่วยยืดอายุการทำงานของแอร์คอมเพรสเซอร์ของเราให้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยการดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์นี้ก็มีขั้นตอนง่ายๆอยู่ด้วยกันไม่กี่ขั้นตอน โดยการดูแลบำรุงรักษาที่คุณน่าจะทำเป็นประจำให้กับแอร์คอมเพรสเซอร์ของคุณก็คือ ตรวจสอบความชื้นที่สะสมอยู่ในถังเก็บแรงดันอากาศโดยความชื้นนี้จะเสี่ยงต่อการเกิดสนิมในถังและอาจจะทำลายสารผสมสีของคุณได้(กรณีถ้าคุณใช้แอร์คอมเพรสเซอร์กับเครื่องพ่นสี หรือใช้คอมเพรสเซอร์อัดแรงดันอากาศสูงให้กระบอกลม)

ถ้าคุณพบว่าแอร์คอมเพรสเซอร์ของคุณมีความชื้นสะสมอยู่ภายใน คุณสามารถปล่อยความชื้นออกจากถังได้โดย เปิดวาล์วไล่ความชื้นที่อยู่ด้านล่างของแอร์คอมเพรสเซอร์ทุกครั้งเมื่อมีการเลิกการใช้งานแอร์คอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการเกิดสนิมหรือน้ำ นอกจากนี้คุณยังสามารถซื้อตัวกรองแบบอินไลน์สำหรับแอร์คอมเพรสเซอร์ เพื่อช่วยลดจำนวนไอน้ำที่อาจสะสมอยู่ในถังเก็บอากาศของคุณได้เช่นกัน

นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจสอบแอร์คอมเพรสเซอร์ของคุณ ว่าพวกน็อตหรือตัวยึดต่างๆ ที่อยู่ในแอร์คอมเพรสเซอร์ นั้นมีการยึดหรือตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ โดยน๊อตจะต้องไม่หลวมหรือไม่แน่นจนเกินไป ตลอดจนไส้กรองอากาศสามารถกรองอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและหากคุณพบว่าไส้กรองอากาศของแอร์คอมเพรสเซอร์มีสิ่งสกปรกมาอุดตัน

คุณสามารถที่จะถอดไส้กรองอากาศนั้นออกมาเป่าหรือทำความสะอาดได้ หรือถ้าไส้กรองอากาศหมดสภาพแล้วจริงๆ แนะนำให้คุณซื้อไส้กรองอากาศตัวใหม่มาเปลี่ยนจะดีกว่า เพราะถ้าหากว่าแพคอมเพรสเซอร์มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันในระบบแล้ว อาจจะเป็นเรื่องยากที่เราจะถอดอุปกรณ์ต่างๆออกมาทำความสะอาดหรือไล่ฝน สิ่งสกปรกนั้นทิ้ง

นอกจากไส้กรองอากาศและน็อตแล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์อื่นๆ ที่ติดตั้งอยู่ในแอร์คอมเพรสเซอร์ด้วย เช่น ท่อจ่าอากาศวาล์วควบคุมแรงดัน Safety Valve  ว่ามีรอยแตกหรือรั่วไหลเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนใหม่หรือไม่ โดย Safety Valve  จะต้องทำงานได้อย่างปกติทั้งในสถานะการทำงานแบบอัตโนมัติหรือกำหนดการทำงานด้วยผู้ใช้เอง

หากคุณมี แอร์คอมเพรสเซอร์ ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าระดับน้ำมันหล่อลื่นนั้นมีระดับที่ปกติมีคุณภาพตามกำหนด ถ้าหากคุณไม่ทราบเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของแอร์คอมเพรสเซอร์ คุณสามารถติดต่อกับผู้ให้บริการเพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์เพิ่มเติมได้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องตรวจสอบและเช็คตามคู่มือที่ได้จากผู้ให้บริการนั้นๆ

แอร์คอมเพรสเซอร์ ที่ดีนั้นจะต้องเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่มีการดูแลบำรุงรักษาที่ต่อเนื่อง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบนิวเมติกส์(กระบอกลมนิวเมติก) หรือระบบไฮดรอลิค(กระบอกสูบไฮดรอลิค) หรืองานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับยานพานะ การก่อสร้าง คุณจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจในพื้นฐานการทำงานของแอร์คอมเพรสเซอร์เพื่อที่ว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณใช้งานแอร์คอมเพรสเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ซึ่งเมื่ออุปกรณ์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแล้วมันจะนำไปสู่มูลค่าที่สูงสุดของธุรกิจของคุณได้

Tags, , , ,

อุปกรณ์นิวเมติก และไฮโดรลิค แตกต่างกันอย่างไร

อุปกรณ์นิวเมติก ไฮโดรลิค

ตัวอย่าง ชุดฝึกระบบนิวเมติก และไฮโดรลิค

อุปกรณ์นิวเมติก และ ไฮโดรลิคแตกต่างกันอย่างไร:

ในอุตสาหกรรมด้านเครื่องจักรนั้น จะมีการนำอุปกรณ์ที่เข้ามาใช้อำนวยความสะดวกที่เป็นที่นิยมอยู่ 2 ประเภทหลักๆได้แก่ อุปกรณ์ที่ทำงานเกี่ยวกับนิวเมติก(Pneumatic) และอุปกรณ์ที่อยู่ในส่วนของไฮโดรลิค(Hydraulic) โดยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทั้ง 2 ประเภทนี้ เป็นนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในบ้านเราค่ะ

โดยอุปกรณ์และเครื่องมือนิวเมติกนั้น (pneumatic) ที่นิยมที่สุดคือ ระบบเบรคสูญญากาศ (air brakes), ระบบอัดอากาศ (air compressors), กระบอกลมนิวเมติก (pneumatic air cylinders), ปืนลม (air gun), กระบอกสูบไฮโดรลิค, อุปกรณ์เซ็นเซอร์แบบนิวเมติก (pneumatic sensors) และพวกปั๊มที่ใช้ในการแวคคั่ม (vacuum pump ) ส่วนอุปกรณ์หรือเครื่องมือแบบไฮโดรลิคนั้น จะเน้นไปในส่วนของงานที่ใช้สำหรับงานก่อสร้าง เช่น งานสร้างถนน เคลื่อนย้ายสิ่งของที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักสูง เป็นต้น

เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทั้ง 2 ประเภทนี้ จะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในเรื่องของประเภท และลักษณะของการใช้งาน หากเราต้องการที่จะนำอุปกรณ์ทั้ง 2 ประเภทนี้ เราควรคำนึงถึงข้อดีและข้อเสีย ความเหมาะสม ประสิทธิภาพที่ได้จากอุปกรณ์นั้นๆด้วย โดยสามารถพิจารณาด้านความแตกต่างทั้งของอุปกรณ์นิวเมติกและไฮโดรลิคได้จากหัวข้อต่อไปนี้:

ข้อแตกต่างของอุปกรณ์นิวเมติก และไฮโดรลิคในด้านการทำงานขั้นพื้นฐาน:

อุปกรณ์ไฮโดรลิค งานก่อสร้าง

ตัวอย่างการนำ อุปกรณ์ไฮโดรลิค ไปใช้ในงานก่อสร้างถนน

เครื่องมือนิวเมติกนั้นจะทำงานในลักษณะของการใช้แก๊สบีบอัด โดยอาจรวมจะไปถึงการบีบอัดอากาศทั่วไปหรือบีบอัดก๊าซเฉื่อย แต่ในทางกลับกันถ้าเราจะนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ประเภทไฮโดรลิคไปใช้งานกับงานนิวเมติกแล้วจะไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากว่าการทำงานของเครื่องมือไฮโดรลิคและอุปกรณ์นั้นจะขึ้นกับของเหลวที่ไม่สามารถอัดแรงดันอากาศเหมือนกับอุปกรณ์นิวเมติกได้ ซึ่งถ้าเราสังเกตแล้วจะพบว่าอุปกรณ์ทั้ง 2 ประเภทนี้จะมีหลักการในการใช้ของเหลวและพลังงานที่ตรงกันข้าม

ข้อแตกต่างในช่วงความดันปกติ:

อุปกรณ์นิวเมติก (pneumatic system) จำเป็นต้องใช้แรงดันที่น้อยกว่าอุปกรณ์ไฮโดรลิคมาก โดยเครื่องมือและอุปกรณ์นิวเมติกเหล่านี้ใช้แรงดันที่ปกติระหว่าง 80-100 ปอนด์ต่อตารางนิ้วเท่านั้น แต่ในทางกลับกัน อุปกรณ์ไฮดรอลิคใช้แรงดันมากกว่าซึ่งอาจเกินกว่า 10,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นคือ อุปกรณ์ไฮโดรลิคนั้นจะเหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่หรือหนัก ซึ่งงานเหล่านี้จำเป็นที่ต้องมีอุปกณ์ในการจ่ายแรงดันให้กับระบบที่มากกว่าโหลดของงาน นี่คือเหตุผลที่เครื่องมือไฮโดรลิคนั้นสามารถรองรับงานก่อสร้างที่มีน้ำหนักมากและงานอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันได้ดีกว่า

ความเรียบง่ายในการควบคุมและการดูแลรักษา:

อุปกรณ์นิวเมติกนั้นข้อดีคือมีขนาดเล็กและเบากว่าอุปกรณ์ไฮโดลิค และมีการออกแบบที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ไฮโดรลิค ดังนั้นในการควบคุมอุปกรณ์นิวเมติกนั้นจึงสามารถควบคุมได้ง่าย ตลอดจนใช้พื้นที่ในการติดตั้งและจัดเก็บน้อยกว่าอุปกรณ์ไฮโดรลิคอีกด้วย

ความยืดหยุ่นและเงื่อนไขการใช้งาน:

อุปกรณ์นิวเมติก

ตัวอย่าง อุปกรณ์นิวเมติก และการใช้งานเบื้องต้น

อุปกรณ์ไฮโดรลิคมีแนวโน้มหรืออัตราในการเกิดความเสียหายมากกว่าอุปกรณ์นิวเมติกอยู่มาก เนื่องจากอุปกรณ์ไฮโดรลิคนั้นจะใช้สำหรับโหลดหรืองานที่มีขนาดใหญ่และหนัก ดังนั้นหากโหลดมีความผิดพลาดในระหว่างการทำงาน ก็สามารถทำให้อุปกรณ์ไฮโดรลิคของเราได้รับความเสียหายได้ และอีกกรณีหนึ่งคือของเหลวหรือพลังงานที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์ไฮโดรลิคนั้นจะควบคุมได้ยากและมีความเสี่ยงสูงถ้าเทียบกับอุปกรณ์นิวเมติก

ดังนั้นการใช้งานและดูแลรักษาของอุปกรณ์ไฮโดรลิคนี้ผู้ที่นำไปใช้งานจะต้องรู้จักการใช้งานและการดูแลบำรุงรักษาเป็นอย่างดี เพราะถ้าเราดูแลและใช้งานได้อย่างถูกต้องตามคู่มือการใช้งานแล้วจะสามารถทำให้อุปกรณ์ไฮโดรลิคเหล่านั้นอยู่คู่กับงานของเราได้มากถึง 15 ปีเลยล่ะค่ะ

ความดังของเสียงในช่วงทำงานปรกติ:

สิ่งที่เราต้องพิจารณาอีกอย่างหนึ่งคือ เสียงที่เกิดขึ้นในขณะอุปกรณ์ทั้ง 2 ประเภทนี้ทำงานในสภาวะปรกติ เครื่องมือหรืออุปกรณ์นิวเมติกนั้นจะมีเสียงดังมากเมื่อใช้งาน แต่สำหรับอุปกรณ์ไฮโดรลิคนั้นจะเงียบกว่าเมื่อมีการนำไปใช้งาน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่จะนำอุปกรณ์หรือเครื่องมือทั้ง 2 ประเภทนี้ไปใช้งานได้

เงื่อนไขการนำไปใช้งานของอุปกรณ์นิวเมติกและไฮโดรลิค:

เมื่อเทียบกันในเรื่องของสภาพแวดล้อมแล้ว เครื่องมือไฮโดรลิคสามารถใช้งานได้ง่ายในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันได้ยืดหยุ่นกว่าอุปกรณ์นิวเมติกมาก ตัวอย่างเช่นอุปกรณ์ทั้ง 2 ประเภทนี้จะทำงานในช่วงอุณหภูมิที่แตกต่างกัน เครื่องมือนิวเมติกจะไม่ทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์ แต่อุปกรณ์ไฮโดรลิคนั้นสามารถทำงานภายใต้สภาวะเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะเคยเห็นเครื่องไฮโดรลิคบางตัวหรือบางประเภทที่สามารถทำงานภายใต้น้ำได้ซึ่งอุปกรณ์นิวเมติกส์ไม่สามารถทำงานได้ค่ะ

วิดีโอตัวอย่างการนำอุปกรณ์ไฮโดรลิคไปใช้ในงานจราจร: (Road Blocker/Hydraulic roadblocker)

การเปรียบเทียบในเรื่องของราคา:

แน่นอนค่ะว่าเราคงจะทราบว่า ข้อแตกต่างระหว่างอุปกรณ์นิวเมติก และอุปกรณ์ไฮโดรลิค จากหัวข้อด้านบนแล้วไปบางส่วนแล้ว ซึ่งถ้าเราสังเกตให้ดีนั้นจะพบว่า อุปกรณ์หรือเครื่องมือไฮโดรลิคนั้นจะเหมาะสำหรับใช้งานใหญ่ๆและมีขนาดหนัก สามารถนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมต่างๆได้โดยไม่มีปัญหา การดูแลค่อนข้างง่าย ให้ประสิทธิด้านการทำงานที่สูงกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนิวเมติกอยู่มาก นั้นทำให้เป็นเหตุผลที่ว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์ไฮโดรลิคนั้นจะมีราคาที่แพงกว่าอุปกรณ์นิวเมติกมาก แต่ถ้าหากเรามีการใช้งานที่ถูกวิธีและใช้กับงานที่เหมาะสม เราก็สามารถลดค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนของอุปกรณ์ไฮโดรลิคได้

ข้อสรุป:

ระบบเบรคแบบไฮโดรลิค

ตัวอย่างระบบ เบรคไฮโดรลิค ในรถยนต์

จากข้อมูลและรายละเอียดของการเปรียบเทียบดังกล่าวนี้เพียงต้องการแสดงให้เห็นว่าเครื่องมือลมหรืออุปกรณ์ไฮโดรลิคมีข้อดีและข้อเสียและข้อแตกต่างกับอุปกรณ์นิวเมติกอย่างไรเท่านั้น ที่สำคัญคืออย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในรายละเอียดบทความนี้คือหากเราต้องการนำอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฮโดรลิคหรือนิวเมติกก็ดี เราควรคำนึงถึงความเหมาะสมของประเภทงานของเราและประสิทธิภาพของอุปกรณ์เมื่อนำไปใช้งานในงานนั้นๆ ด้วย ซึ่งถ้าเราเลือกใช้อุปกรณ์ที่ถูกวิธีและนำไปใช้กับงานที่เหมาระสมก็จะทำงานประสิทธิภาพงานที่ได้นั้นมีมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ

Tags, , , ,