รถยนต์และยานพาหนะ

Category Archive รถยนต์และยานพาหนะ

Air Compressor คืออะไร ทำงานอย่างไร?

แอร์คอมเพรสเซอร์ พูม่า

Air Compressor คืออะไร หลักการทำงาน มีอย่างไรบ้าง?

หลายท่านอาจจะมีคำถามที่ว่า  Air Compressor คืออะไร และแอร์คอมเพรสเซอร์นี้ทำงานอย่างไรบ้าง เราสามารถนำอุปกรณ์หรือเครื่องมือดังกล่าวนี้ไปใช้กับงานประเภทใด ในบทความนี้ผู้เขียนจะมากล่าวและอธิบายให้ท่านฟังว่า จริงๆแล้วนั้น  แอร์คอมเพรสเซอร์คืออะไร และเราจะนำ Air Compressor นี้ไปใช้งานแบบใดบ้างค่ะ

แอร์คอมเพรสเซอร์นั้นเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่ง ที่นิยมนำไปใช้บีบอัดอากาศแรงดันสูง แล้วทำการเก็บแรงดันอากาศที่ได้จากการบีบอัดนั้น ไปเก็บไว้ในถังเก็บอากาศ ซึ่งการทำงานของแอร์คอมเพรสเซอร์นี้ จะทำงานคล้ายคล้ายกับปอดของมนุษย์เรา  ซึ่งเมื่อเรามีการหายใจเข้าออกอากาศก็จะถูกเก็บไว้ในปอดในช่วงหายใจเข้าและอากาศจะถูกถ่ายออกมาในช่วงที่เราหายใจออก หรือเมื่อเรามีการกลั้นหายใจไว้อากาศก็จะถูกเก็บไว้ในปอดรอวันนำไปใช้งานอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการถ่ายเทอากาศนี้ก็จะเหมือนกับเวลาที่อากาศแรงดันสูงที่อยู่ในคอมเพรสเซอร์ ถูกจ่ายออกมาด้านนอกผ่านทางวาล์วและสาย หรือท่อจ่ายอากาศประเภทต่างๆ ซึ่งเหมือนกับเวลาที่อากาศในปอดของเราถูกถ่ายเทออกมาด้านนอกผ่านทางรูจมูกหรือปาก

แรงดันอากาศที่อยู่ในแอร์คอมเพรสเซอร์นั้น จะมีปริมาณที่จำกัดมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับขนาดของถังเก็บลม และความสามารถในการทนแรงดันสูงสุดของอากาศเมื่อมีการบีบอัดของแอร์คอมเพรสเซอร์นั้นๆ โดยความดันหรือแรงดันที่เก็บไว้นี้ เราสามารถตั้งค่าหรือกำหนดได้โดยผ่านอุปกรณ์ประเภท เกจควบคุมแรงดันที่ส่วนใหญ่แล้วนั้น จะติดตั้งมาพร้อมกับแอร์คอมเพรสเซอร์ให้เราได้เลย

การทำงานของ Air Compressor

การทำงานโดยทั่วไปของ Air Compressor คือเมื่ออากาศที่ถูกเก็บอยู่ในถังเก็บอากาศภายในแอร์คอมเพรสเซอร์มีปริมาณต่ำลงซึ่งอาจจะอยู่ใน จุดกำหนดที่เราได้ตั้งค่าไว้ให้คอมเพรสเซอร์เริ่มต้นการทำงานอัดแรงดันอากาศเพื่อเก็บไว้ลงในถังอีกครั้ง  แอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะเริ่มทำงานโดยการทำการบีบอัดแรงดันอากาศให้เราใหม่อีกครั้ง และเมื่อแรงดันที่ถูกเก็บไว้ในถังถึงจุดที่เราได้ตั้งค่าไว้ให้คอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน แอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะหยุดทำงานให้เราเองโดยอัตโนมัติทันที ซึ่งรอบการทำงานจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะเลิกใช้แอร์คอมเพรสเซอร์ หรือจนกว่าแอร์คอมเพรสเซอร์จะหยุดทำงาน โดยแอร์คอมเพรสเซอร์นี้เป็นเครื่องมือที่นิยมนำไปใช้งานในระบบนิวเมติกส์และไฮดรอลิค ในปัจจุบัน มีหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกใช้งานทั้งที่เป็นปั๊มลมแบบเคลื่อนที่ และคอมเพรสเซอร์แบบติดตั้งลงในสถานที่ที่ต้องการใช้งานเลย

Air Compressor กับการรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

air compressor การใช้งาน

แอร์คอมเพรสเซอร์หรือเครื่องบีบอัดอากาศ สามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆได้อย่างหลากหลาย โดยงานที่เห็นกันได้ทั่วไปคือ ใช้สร้างแรงดันอากาศสูงเพื่อที่จะนำแรงดันอากาศสูงสำหรับงานทำความสะอาดเช่น เป่าฝุ่นหรือเศษสิ่งสกปรกออกจากอุปกรณ์ต่างๆ เครื่องมือไฟฟ้า ทำความสะอาดยางรถยนต์ ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ หรือแม้กระทั่งใช้สร้างแรงดันอากาศสูงสำหรับงานก่อสร้างทั่วไป เช่น ใช้อัดอากาศสำหรับจ่ายให้กับปืนลมต่างๆ ตลอดจนพวกอุปกรณ์ที่เป็นกระบอกลมหรือกระบอกสูบงานนิวเมติกหรืออุปกรณ์อื่นๆในระบบไฮโดรลิค เป็นต้น ไม่ต้องแปลกใจเลยที่ปัจจุบันนี้อุปกรณ์ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้งานได้อย่างหลากหลาย หากเรามีการดูแลบำรุงรักษาเป็นอย่างดีแล้ว แอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะสามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นอีกด้วย

ประเภทของ Air Compressor มีกี่แบบ อะไรบ้าง?

แอร์คอมเพรสเซอร์ในปัจจุบันนี้จะนิยมใช้งานอยู่ 2 ประเภทหลักหลักคือ แอร์คอมเพรสเซอร์แบบใช้แก๊สและแชร์คอมเพรสเซอร์แบบใช้ไฟฟ้า โดยแต่ละประเภทก็จะมีขนาด ราคา และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป บางประเภทหรือบางรุ่นมีขนาดเล็ก ราคาถูก สามารถพกพาได้ บางรุ่นมีขนาดใหญ่ใช้งานเฉพาะทาง มีราคาสูง โดยทั่วไปแล้วคุณภาพของแอร์คอมเพรสเซอร์นั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของถังเก็บอากาศ ระบบควบคุมแรงดันอากาศ  ออปชั่นอื่นๆที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้มีความสะดวกในการใช้งานอุปกรณ์นั้นๆ ตลอดจนออปชั่นในการรักษาความปลอดภัย(safety)ให้กับอุปกรณ์ และผู้ใช้งานอีกด้วย

แอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีขนาดใหญ่จะมีออปชั่นการทำงานที่ยืดหยุ่น นิยมนำไปใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรมมากกว่าการใช้งานภายในบ้านเรือน แอร์คอมเพรสเซอร์จะมีทั้งแบบสถานะเดียวและ 2 สถานะ แอร์คอมเพรสเซอร์แบบ 2 สถานะจะมีมอเตอร์ที่เราสามารถควบคุมความเร็วในการสร้างแรงดันอากาศหรือบีบอัดอากาศได้ โดยแอร์คอมเพรสเซอร์แบบ 2 สถานะนี้จะทำงานหนักกว่าแบบสถานะเดียว หากเราต้องการใช้งานแบบ 2 สถานะ เราจำเป็นต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพของงานที่ได้ด้วยว่าคุ้มค่ากับการใช้งานแอร์คอมเพรสเซอร์แบบสองทางหรือไม่

แอร์คอมเพรสเซอร์ แบบใช้น้ำมันหล่อลื่น และไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่น ต่างกันยังไง?

แอร์คอมเพรสเซอร์บางชนิด จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างที่จะสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แอร์คอมเพรสเซอร์ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นนี้ก็มีข้อดีคือ คอมเพรสเซอร์จะมีเสียงที่เงียบกว่าคอมเพรสเซอร์ที่ไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่น  และเราจะเห็นได้ว่ามีช่างหรือผู้ที่ใช้แอร์คอมเพรสเซอร์ นี้จะนิยมใช้แอร์คอมเพรสเซอร์แบบที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นมากกว่าแบบที่ไม่ได้ใช้เนื่องจากว่า คอมเพรสเซอร์ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นหรือมีน้ำมันหล่อลื่นจะมีแนวโน้มที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าและทำงานได้เงียบกว่า(เหมือนกับอุปกรณ์ประเภทอื่นๆในระบบนิวเมติก เช่น กระบอกลมนิวเมติก) แต่บางครั้งเราก็พบว่า แอร์คอมเพรสเซอร์ก็ไม่เหมาะกับการใช้งานบางประเภทเหมือนกัน

แอร์คอมเพรสเซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยแก๊สหรือทำงานด้วยแก๊สนั้นจะทำงานได้ดีกับพื้นที่ทำงานหรือโซนก่อสร้างที่ยังไม่ได้ติดตั้งไฟฟ้า ข้อดีของคอมเพรสเซอร์ประเภทนี้ก็คือคอมเพรสเซอร์ compressor ประเภทนี้จะให้พลังงานและความเร็วหรือแรงดันอากาศได้เร็วกว่าแบบใช้ไฟฟ้า และข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือแอร์คอมเพรสเซอร์ประเภทนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สายไฟหรือไฟฟ้ามาช่วยในการกระตุ้นให้ทำงาน เครื่องอัดอากาศแบบแก๊สนี้จะต้องใช้งานในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้งานในปัจจุบันจะนิยมใช้งานกับแอร์คอมเพรสเซอร์ที่เป็นไฟฟ้ามากกว่า

การดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์

การดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์ให้อยู่ในสภาพดีนั้น จะช่วยยืดอายุการทำงานของแอร์คอมเพรสเซอร์ของเราให้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยการดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์นี้ก็มีขั้นตอนง่ายๆอยู่ด้วยกันไม่กี่ขั้นตอน โดยการดูแลบำรุงรักษาที่คุณน่าจะทำเป็นประจำให้กับแอร์คอมเพรสเซอร์ของคุณก็คือ ตรวจสอบความชื้นที่สะสมอยู่ในถังเก็บแรงดันอากาศโดยความชื้นนี้จะเสี่ยงต่อการเกิดสนิมในถังและอาจจะทำลายสารผสมสีของคุณได้(กรณีถ้าคุณใช้แอร์คอมเพรสเซอร์กับเครื่องพ่นสี หรือใช้คอมเพรสเซอร์อัดแรงดันอากาศสูงให้กระบอกลม)

ถ้าคุณพบว่าแอร์คอมเพรสเซอร์ของคุณมีความชื้นสะสมอยู่ภายใน คุณสามารถปล่อยความชื้นออกจากถังได้โดย เปิดวาล์วไล่ความชื้นที่อยู่ด้านล่างของแอร์คอมเพรสเซอร์ทุกครั้งเมื่อมีการเลิกการใช้งานแอร์คอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการเกิดสนิมหรือน้ำ นอกจากนี้คุณยังสามารถซื้อตัวกรองแบบอินไลน์สำหรับแอร์คอมเพรสเซอร์ เพื่อช่วยลดจำนวนไอน้ำที่อาจสะสมอยู่ในถังเก็บอากาศของคุณได้เช่นกัน

นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจสอบแอร์คอมเพรสเซอร์ของคุณ ว่าพวกน็อตหรือตัวยึดต่างๆ ที่อยู่ในแอร์คอมเพรสเซอร์ นั้นมีการยึดหรือตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ โดยน๊อตจะต้องไม่หลวมหรือไม่แน่นจนเกินไป ตลอดจนไส้กรองอากาศสามารถกรองอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและหากคุณพบว่าไส้กรองอากาศของแอร์คอมเพรสเซอร์มีสิ่งสกปรกมาอุดตัน

คุณสามารถที่จะถอดไส้กรองอากาศนั้นออกมาเป่าหรือทำความสะอาดได้ หรือถ้าไส้กรองอากาศหมดสภาพแล้วจริงๆ แนะนำให้คุณซื้อไส้กรองอากาศตัวใหม่มาเปลี่ยนจะดีกว่า เพราะถ้าหากว่าแพคอมเพรสเซอร์มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันในระบบแล้ว อาจจะเป็นเรื่องยากที่เราจะถอดอุปกรณ์ต่างๆออกมาทำความสะอาดหรือไล่ฝน สิ่งสกปรกนั้นทิ้ง

นอกจากไส้กรองอากาศและน็อตแล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์อื่นๆ ที่ติดตั้งอยู่ในแอร์คอมเพรสเซอร์ด้วย เช่น ท่อจ่าอากาศวาล์วควบคุมแรงดัน Safety Valve  ว่ามีรอยแตกหรือรั่วไหลเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนใหม่หรือไม่ โดย Safety Valve  จะต้องทำงานได้อย่างปกติทั้งในสถานะการทำงานแบบอัตโนมัติหรือกำหนดการทำงานด้วยผู้ใช้เอง

หากคุณมี แอร์คอมเพรสเซอร์ ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าระดับน้ำมันหล่อลื่นนั้นมีระดับที่ปกติมีคุณภาพตามกำหนด ถ้าหากคุณไม่ทราบเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของแอร์คอมเพรสเซอร์ คุณสามารถติดต่อกับผู้ให้บริการเพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์เพิ่มเติมได้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องตรวจสอบและเช็คตามคู่มือที่ได้จากผู้ให้บริการนั้นๆ

แอร์คอมเพรสเซอร์ ที่ดีนั้นจะต้องเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่มีการดูแลบำรุงรักษาที่ต่อเนื่อง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบนิวเมติกส์(กระบอกลมนิวเมติก) หรือระบบไฮดรอลิค(กระบอกสูบไฮดรอลิค) หรืองานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับยานพานะ การก่อสร้าง คุณจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจในพื้นฐานการทำงานของแอร์คอมเพรสเซอร์เพื่อที่ว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณใช้งานแอร์คอมเพรสเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ซึ่งเมื่ออุปกรณ์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแล้วมันจะนำไปสู่มูลค่าที่สูงสุดของธุรกิจของคุณได้

Tags, , , ,

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงหากคุณต้องการปรับแต่งเครื่องยนต์ตัวเอง

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงหากคุณต้องการปรับแต่งเครื่องยนต์รถยนต์ด้วยตัวเอง

การปรับแต่งเครื่องยนต์ดีเซลเป็นที่รู้จักกันมาเกือบทศวรรษ ก่อนหน้านั้นการปรับแต่งเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปรับแต่งมีขอบเขตที่ค่อนข้างจำกัด แต่ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่ามีการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์นี้เข้ามาช่วยในการปิดช่องโหว่หรืออำนวยความสะดวกในการปรับแต่งเครื่องยนต์ดีเซลให้เราให้เราได้เลือกอย่างมากมาย

ปรับแต่งเครื่องยนต์

ปรับแต่งเครื่องยนต์

ตอนนี้เครื่องจูนที่เป็นชุดอิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นสามารถที่จะสร้างอากาศเพิ่มให้กับลูกสูบเครื่องยนต์ดีเซลผ่านตัวกรองอากาศเพื่อฉีดเชื้อเพลิงได้มากขึ้นกว่าปกติ หลังจากนั้นประมาณปลายปี 2530 ที่ผ่านมาก เครื่องยนต์ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ได้รับการผลิตซึ่งทำให้ชุดจูนเนอร์อิเล็กทรอนิกส์นั้นมีขอบเขตมากขึ้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซลให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไมต้องปรับแต่งเครื่องยนต์รถของคุณ?

สำหรับผู้ที่ใช้รถ เจ้าของรถที่มีเครื่องยนต์ดีเซล ส่วนใหญ่ชอบที่จะปรับโน่น แต่งนี้กับรถของตัวเองเป็นนิสัยส่วนตัวอยู่แล้วค่ะ และไม่วายที่จะกระตือรือร้นหาข้อมูลต่างๆมาจูนหรือปรับแต่งเพื่อดึงประสิทธิภาพจากรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลของตนเองให้แจ่มกว่าเดิม เราต้องพึงระลึกและเข้าใจด้วยว่า หากคุณต้องการที่ปรับแต่งด้วยการจูนเครื่องยนต์แล้วนั้น มันจะทำให้เครื่องยนต์ของคุณมีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มากกว่าเดิมกว่า 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ แต่นั่นก็เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งของการปรับแต่งเครื่องยนต์รถเองโดยสิ่งที่เจ้าของรถต้องการจริงๆ นั้นเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและแรงบิดเครื่องยนต์ที่ดีขึ้นเท่านั้น

ที่นี้เรามากันต่อว่าสิ่งที่ต้องจำก่อนปรับแต่งมีอะไรบ้าง

ในตลาดแต่งรถบ้านเราตอนนี้มีซอฟต์แวร์ปรับแต่งราคาถูกจำนวนมากมีให้บริการออนไลน์อยู่อย่างมากมาย แต่ไม่ใช่ว่าแต่ละแบบจะเหมาะสมกับเครื่องยนต์ของรถดีเซลทุกคัน ดังนั้นหากคุณต้องการปรับแต่งเองจริงๆ คุณจำเป็นที่จะต้องพิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อนที่คุณจะปรับเครื่องยนต์ดีเซลค่ะ

– ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการปรับแต่งให้คุณตรวจสอบสุขภาพรถของตัวเองอยู่เสมอ หมายถึงว่าการใช้งานทั่วไปย่อมทำงานได้ตามปรกติ ตรวจสอบเครื่องยนต์ยาง และการใช้งานในด้านอื่น ๆ ในกรณีที่คุณมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ให้ตรวจสอบว่าได้รับการดูแลและทำงานได้เป็นปรกติอยู่หรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหากคุณซื้อชุดปรับแต่งเครื่องยนต์มาใช้งานแล้วอาจจะทำให้ระบบทำงานผิดพลาดหรือทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพได้ ซึ่งจะทำให้คุณเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นค่ะ

ตรวจสอบสภาพรถยนต์

ตรวจสอบสภาพรถยนต์

– ควรศึกษาเกี่ยวกับการปรับเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อให้คุณรู้อย่างแน่นอนว่าคุณจะได้รับอะไรบ้างในกระบวนการต่างๆเหล่านี้ เพราะในการปรับแต่งหรือจูนเครื่องยนต์นั้น ส่วนใหญ่จะไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาใช้งานเหมือนเดิมได้

– ควรปรึกษาพูดคุยกับบริษัทที่เป็นผู้ผลิตเครื่องรถยนต์นั้นก่อนที่จะทำการปรับแต่งและนำข้อมูลของพวกเขามาพิจารณาอีกครั้งว่าเหมาะสมหรือว่าคุ้มกับการปรับแต่งที่จะเริ่มต้นนี้หรือไม่

– ไม่ควรซื้อชุดปรับแต่งเครื่องยนต์จากผู้จำหน่ายที่เล็งเห็นแล้วว่าไม่น่าไว้วางใจทั้งในการราคา และบริการหลังการขาย เช่นการรับประกันสินค้า คู่มือการปรับแต่ง และผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับแต่ง เป็นต้น

– ควรค้นหาผู้ให้บริการที่ให้บริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม อันนี้จะเป็นจุดสำคัญที่เราควรที่จะคำนึงถึงหากเราต้องการที่จะซื้อชุดปรับแต่งมาใช้งานเอง

– นอกจากนี้ให้มองหาผู้ให้บริการที่นำเสนอการประกันเนื่องจากว่าหากคุณนำชุดปรับแต่งมาใช้งานแล้วมีปัญหาการใช้งานในอนาคต คุณก็สามารถที่จะปรึกษากับผู้ให้บริการหรือผู้จำหน่ายชุดปรับแต่งรายนั้นๆได้

– สิ่งสำคัญคือต้องสอบถามจากผู้ผลิตหรือจำหน่ายชุดปรับแต่งก่อนเสมอว่าชุดปรับแต่งเครื่องยนต์แต่ละชุดเหมาะสมกับเครื่องยนต์ประเภทใด

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการปรับแต่งแบบใดดีที่สุด?

ชุดควบคุม ECU

ชุดควบคุม ECU

ในปัจจุบันเราจะเห็นว่าการปรับแต่งเครื่องยนต์ดีเซล(หรือเครื่องยนต์เบนซินบางรุ่น) นั้นเราไม่จำเป็นต้องทำเองทั้งหมด เพราะปัจจุบันได้มีชุดปรับแต่งดังกล่าววางขายให้เราได้เลือกซื้อมากทดลองใช้กันแบบง่ายๆ แล้วโดยส่วนใหญ่คนที่ชอบการปรับแต่งนี้จะรู้จักกันในชื่อของชุด ECU ค่ะ โดยการปรับแต่งเครื่องยนต์ดีเซลด้วยชุดควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ ECU นั้นจะเป็นการควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยชุดคำสั่งที่มาจากชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ โดยชุดคำสั่งอิเล็กทรอนิกส์นี้จะส่งคำสั่งไปยังส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นระบบเชื้อเพลิง ระบบตรวจสอบและจ่ายอากาศเข้าเครื่องยนต์ ระบบทำความเย็น ระบบเดินเบาของเครื่องยนต์ หรือส่วนอื่นให้ทำงานสอดคล้องกัน ถ้าหากส่วนใดส่วนหนึ่งทำงานผิดปรกติชุดกล่อง ECU นี้ก็จะส่งสัญญาณให้ผู้ใช้งานรถทราบว่ารถยนต์ของตัวเองมีส่วนที่ทำงานผิดปรกติในส่วนใด เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจซ่อมและแก้ไขปัญหาในขั้นตอนต่อไป

Tags, , , , , , ,