Tag Archive กระบอกลม

Air Compressor คืออะไร ทำงานอย่างไร?

แอร์คอมเพรสเซอร์ พูม่า

Air Compressor คืออะไร หลักการทำงาน มีอย่างไรบ้าง?

หลายท่านอาจจะมีคำถามที่ว่า  Air Compressor คืออะไร และแอร์คอมเพรสเซอร์นี้ทำงานอย่างไรบ้าง เราสามารถนำอุปกรณ์หรือเครื่องมือดังกล่าวนี้ไปใช้กับงานประเภทใด ในบทความนี้ผู้เขียนจะมากล่าวและอธิบายให้ท่านฟังว่า จริงๆแล้วนั้น  แอร์คอมเพรสเซอร์คืออะไร และเราจะนำ Air Compressor นี้ไปใช้งานแบบใดบ้างค่ะ

แอร์คอมเพรสเซอร์นั้นเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่ง ที่นิยมนำไปใช้บีบอัดอากาศแรงดันสูง แล้วทำการเก็บแรงดันอากาศที่ได้จากการบีบอัดนั้น ไปเก็บไว้ในถังเก็บอากาศ ซึ่งการทำงานของแอร์คอมเพรสเซอร์นี้ จะทำงานคล้ายคล้ายกับปอดของมนุษย์เรา  ซึ่งเมื่อเรามีการหายใจเข้าออกอากาศก็จะถูกเก็บไว้ในปอดในช่วงหายใจเข้าและอากาศจะถูกถ่ายออกมาในช่วงที่เราหายใจออก หรือเมื่อเรามีการกลั้นหายใจไว้อากาศก็จะถูกเก็บไว้ในปอดรอวันนำไปใช้งานอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการถ่ายเทอากาศนี้ก็จะเหมือนกับเวลาที่อากาศแรงดันสูงที่อยู่ในคอมเพรสเซอร์ ถูกจ่ายออกมาด้านนอกผ่านทางวาล์วและสาย หรือท่อจ่ายอากาศประเภทต่างๆ ซึ่งเหมือนกับเวลาที่อากาศในปอดของเราถูกถ่ายเทออกมาด้านนอกผ่านทางรูจมูกหรือปาก

แรงดันอากาศที่อยู่ในแอร์คอมเพรสเซอร์นั้น จะมีปริมาณที่จำกัดมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับขนาดของถังเก็บลม และความสามารถในการทนแรงดันสูงสุดของอากาศเมื่อมีการบีบอัดของแอร์คอมเพรสเซอร์นั้นๆ โดยความดันหรือแรงดันที่เก็บไว้นี้ เราสามารถตั้งค่าหรือกำหนดได้โดยผ่านอุปกรณ์ประเภท เกจควบคุมแรงดันที่ส่วนใหญ่แล้วนั้น จะติดตั้งมาพร้อมกับแอร์คอมเพรสเซอร์ให้เราได้เลย

การทำงานของ Air Compressor

การทำงานโดยทั่วไปของ Air Compressor คือเมื่ออากาศที่ถูกเก็บอยู่ในถังเก็บอากาศภายในแอร์คอมเพรสเซอร์มีปริมาณต่ำลงซึ่งอาจจะอยู่ใน จุดกำหนดที่เราได้ตั้งค่าไว้ให้คอมเพรสเซอร์เริ่มต้นการทำงานอัดแรงดันอากาศเพื่อเก็บไว้ลงในถังอีกครั้ง  แอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะเริ่มทำงานโดยการทำการบีบอัดแรงดันอากาศให้เราใหม่อีกครั้ง และเมื่อแรงดันที่ถูกเก็บไว้ในถังถึงจุดที่เราได้ตั้งค่าไว้ให้คอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน แอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะหยุดทำงานให้เราเองโดยอัตโนมัติทันที ซึ่งรอบการทำงานจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะเลิกใช้แอร์คอมเพรสเซอร์ หรือจนกว่าแอร์คอมเพรสเซอร์จะหยุดทำงาน โดยแอร์คอมเพรสเซอร์นี้เป็นเครื่องมือที่นิยมนำไปใช้งานในระบบนิวเมติกส์และไฮดรอลิค ในปัจจุบัน มีหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกใช้งานทั้งที่เป็นปั๊มลมแบบเคลื่อนที่ และคอมเพรสเซอร์แบบติดตั้งลงในสถานที่ที่ต้องการใช้งานเลย

Air Compressor กับการรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

air compressor การใช้งาน

แอร์คอมเพรสเซอร์หรือเครื่องบีบอัดอากาศ สามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆได้อย่างหลากหลาย โดยงานที่เห็นกันได้ทั่วไปคือ ใช้สร้างแรงดันอากาศสูงเพื่อที่จะนำแรงดันอากาศสูงสำหรับงานทำความสะอาดเช่น เป่าฝุ่นหรือเศษสิ่งสกปรกออกจากอุปกรณ์ต่างๆ เครื่องมือไฟฟ้า ทำความสะอาดยางรถยนต์ ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ หรือแม้กระทั่งใช้สร้างแรงดันอากาศสูงสำหรับงานก่อสร้างทั่วไป เช่น ใช้อัดอากาศสำหรับจ่ายให้กับปืนลมต่างๆ ตลอดจนพวกอุปกรณ์ที่เป็นกระบอกลมหรือกระบอกสูบงานนิวเมติกหรืออุปกรณ์อื่นๆในระบบไฮโดรลิค เป็นต้น ไม่ต้องแปลกใจเลยที่ปัจจุบันนี้อุปกรณ์ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้งานได้อย่างหลากหลาย หากเรามีการดูแลบำรุงรักษาเป็นอย่างดีแล้ว แอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะสามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นอีกด้วย

ประเภทของ Air Compressor มีกี่แบบ อะไรบ้าง?

แอร์คอมเพรสเซอร์ในปัจจุบันนี้จะนิยมใช้งานอยู่ 2 ประเภทหลักหลักคือ แอร์คอมเพรสเซอร์แบบใช้แก๊สและแชร์คอมเพรสเซอร์แบบใช้ไฟฟ้า โดยแต่ละประเภทก็จะมีขนาด ราคา และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป บางประเภทหรือบางรุ่นมีขนาดเล็ก ราคาถูก สามารถพกพาได้ บางรุ่นมีขนาดใหญ่ใช้งานเฉพาะทาง มีราคาสูง โดยทั่วไปแล้วคุณภาพของแอร์คอมเพรสเซอร์นั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของถังเก็บอากาศ ระบบควบคุมแรงดันอากาศ  ออปชั่นอื่นๆที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้มีความสะดวกในการใช้งานอุปกรณ์นั้นๆ ตลอดจนออปชั่นในการรักษาความปลอดภัย(safety)ให้กับอุปกรณ์ และผู้ใช้งานอีกด้วย

แอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีขนาดใหญ่จะมีออปชั่นการทำงานที่ยืดหยุ่น นิยมนำไปใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรมมากกว่าการใช้งานภายในบ้านเรือน แอร์คอมเพรสเซอร์จะมีทั้งแบบสถานะเดียวและ 2 สถานะ แอร์คอมเพรสเซอร์แบบ 2 สถานะจะมีมอเตอร์ที่เราสามารถควบคุมความเร็วในการสร้างแรงดันอากาศหรือบีบอัดอากาศได้ โดยแอร์คอมเพรสเซอร์แบบ 2 สถานะนี้จะทำงานหนักกว่าแบบสถานะเดียว หากเราต้องการใช้งานแบบ 2 สถานะ เราจำเป็นต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพของงานที่ได้ด้วยว่าคุ้มค่ากับการใช้งานแอร์คอมเพรสเซอร์แบบสองทางหรือไม่

แอร์คอมเพรสเซอร์ แบบใช้น้ำมันหล่อลื่น และไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่น ต่างกันยังไง?

แอร์คอมเพรสเซอร์บางชนิด จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างที่จะสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แอร์คอมเพรสเซอร์ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นนี้ก็มีข้อดีคือ คอมเพรสเซอร์จะมีเสียงที่เงียบกว่าคอมเพรสเซอร์ที่ไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่น  และเราจะเห็นได้ว่ามีช่างหรือผู้ที่ใช้แอร์คอมเพรสเซอร์ นี้จะนิยมใช้แอร์คอมเพรสเซอร์แบบที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นมากกว่าแบบที่ไม่ได้ใช้เนื่องจากว่า คอมเพรสเซอร์ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นหรือมีน้ำมันหล่อลื่นจะมีแนวโน้มที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าและทำงานได้เงียบกว่า(เหมือนกับอุปกรณ์ประเภทอื่นๆในระบบนิวเมติก เช่น กระบอกลมนิวเมติก) แต่บางครั้งเราก็พบว่า แอร์คอมเพรสเซอร์ก็ไม่เหมาะกับการใช้งานบางประเภทเหมือนกัน

แอร์คอมเพรสเซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยแก๊สหรือทำงานด้วยแก๊สนั้นจะทำงานได้ดีกับพื้นที่ทำงานหรือโซนก่อสร้างที่ยังไม่ได้ติดตั้งไฟฟ้า ข้อดีของคอมเพรสเซอร์ประเภทนี้ก็คือคอมเพรสเซอร์ compressor ประเภทนี้จะให้พลังงานและความเร็วหรือแรงดันอากาศได้เร็วกว่าแบบใช้ไฟฟ้า และข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือแอร์คอมเพรสเซอร์ประเภทนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สายไฟหรือไฟฟ้ามาช่วยในการกระตุ้นให้ทำงาน เครื่องอัดอากาศแบบแก๊สนี้จะต้องใช้งานในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้งานในปัจจุบันจะนิยมใช้งานกับแอร์คอมเพรสเซอร์ที่เป็นไฟฟ้ามากกว่า

การดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์

การดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์ให้อยู่ในสภาพดีนั้น จะช่วยยืดอายุการทำงานของแอร์คอมเพรสเซอร์ของเราให้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยการดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์นี้ก็มีขั้นตอนง่ายๆอยู่ด้วยกันไม่กี่ขั้นตอน โดยการดูแลบำรุงรักษาที่คุณน่าจะทำเป็นประจำให้กับแอร์คอมเพรสเซอร์ของคุณก็คือ ตรวจสอบความชื้นที่สะสมอยู่ในถังเก็บแรงดันอากาศโดยความชื้นนี้จะเสี่ยงต่อการเกิดสนิมในถังและอาจจะทำลายสารผสมสีของคุณได้(กรณีถ้าคุณใช้แอร์คอมเพรสเซอร์กับเครื่องพ่นสี หรือใช้คอมเพรสเซอร์อัดแรงดันอากาศสูงให้กระบอกลม)

ถ้าคุณพบว่าแอร์คอมเพรสเซอร์ของคุณมีความชื้นสะสมอยู่ภายใน คุณสามารถปล่อยความชื้นออกจากถังได้โดย เปิดวาล์วไล่ความชื้นที่อยู่ด้านล่างของแอร์คอมเพรสเซอร์ทุกครั้งเมื่อมีการเลิกการใช้งานแอร์คอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการเกิดสนิมหรือน้ำ นอกจากนี้คุณยังสามารถซื้อตัวกรองแบบอินไลน์สำหรับแอร์คอมเพรสเซอร์ เพื่อช่วยลดจำนวนไอน้ำที่อาจสะสมอยู่ในถังเก็บอากาศของคุณได้เช่นกัน

นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจสอบแอร์คอมเพรสเซอร์ของคุณ ว่าพวกน็อตหรือตัวยึดต่างๆ ที่อยู่ในแอร์คอมเพรสเซอร์ นั้นมีการยึดหรือตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ โดยน๊อตจะต้องไม่หลวมหรือไม่แน่นจนเกินไป ตลอดจนไส้กรองอากาศสามารถกรองอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและหากคุณพบว่าไส้กรองอากาศของแอร์คอมเพรสเซอร์มีสิ่งสกปรกมาอุดตัน

คุณสามารถที่จะถอดไส้กรองอากาศนั้นออกมาเป่าหรือทำความสะอาดได้ หรือถ้าไส้กรองอากาศหมดสภาพแล้วจริงๆ แนะนำให้คุณซื้อไส้กรองอากาศตัวใหม่มาเปลี่ยนจะดีกว่า เพราะถ้าหากว่าแพคอมเพรสเซอร์มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันในระบบแล้ว อาจจะเป็นเรื่องยากที่เราจะถอดอุปกรณ์ต่างๆออกมาทำความสะอาดหรือไล่ฝน สิ่งสกปรกนั้นทิ้ง

นอกจากไส้กรองอากาศและน็อตแล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์อื่นๆ ที่ติดตั้งอยู่ในแอร์คอมเพรสเซอร์ด้วย เช่น ท่อจ่าอากาศวาล์วควบคุมแรงดัน Safety Valve  ว่ามีรอยแตกหรือรั่วไหลเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนใหม่หรือไม่ โดย Safety Valve  จะต้องทำงานได้อย่างปกติทั้งในสถานะการทำงานแบบอัตโนมัติหรือกำหนดการทำงานด้วยผู้ใช้เอง

หากคุณมี แอร์คอมเพรสเซอร์ ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าระดับน้ำมันหล่อลื่นนั้นมีระดับที่ปกติมีคุณภาพตามกำหนด ถ้าหากคุณไม่ทราบเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของแอร์คอมเพรสเซอร์ คุณสามารถติดต่อกับผู้ให้บริการเพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลบำรุงรักษาแอร์คอมเพรสเซอร์เพิ่มเติมได้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องตรวจสอบและเช็คตามคู่มือที่ได้จากผู้ให้บริการนั้นๆ

แอร์คอมเพรสเซอร์ ที่ดีนั้นจะต้องเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่มีการดูแลบำรุงรักษาที่ต่อเนื่อง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบนิวเมติกส์(กระบอกลมนิวเมติก) หรือระบบไฮดรอลิค(กระบอกสูบไฮดรอลิค) หรืองานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับยานพานะ การก่อสร้าง คุณจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจในพื้นฐานการทำงานของแอร์คอมเพรสเซอร์เพื่อที่ว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณใช้งานแอร์คอมเพรสเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ซึ่งเมื่ออุปกรณ์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแล้วมันจะนำไปสู่มูลค่าที่สูงสุดของธุรกิจของคุณได้

Tags, , , ,

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระบอกสูบไฮโดรลิค

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระบอกสูบไฮโดรลิค

กลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภท กระบอกสูบไฮโดรลิค หรือ กระบอกลมนิวเมติก และปั๊มทั่วไปตลอดทั้งมอเตอร์บางประเภท จะมีการนำไปใช้งานในลักษณะที่คล้ายกัน ดังนั้นหากคุณต้องการใช้อุปกรณ์ไฮโดรลิคเป็นจำนวนมากในอุตสาหกรรมของแล้วนั้น ภายในระยะยาวคุณต้องคำนึงด้วยว่าคุณจะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมอุปกรณ์เหล่านั้นซึ่งเป็นส่วนสำคัญของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมดของคุณอย่างแน่นอน

กระบอกสูบไฮโดรลิค

กระบอกสูบไฮโดรลิค

จากการศึกษาจากหลายๆสถาบันพบว่า ความล้มเหลวของเครื่องจักรกลหรืออุปกรณ์นิวเมติกมากกว่า 25% นั้นส่วนใหญ่จะเกิดจาก ความล้มเหลวของการออกแบบระบบโดยรวมของระบบอุตสาหกรรมของเรา ถ้าเรานำกระบอกสูบไฮโดรลิคไปใช้ในงานของเรา แล้วกระบอกสูบไฮโดรลิคจำนวนมากเหล่านั้นไม่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสม สำหรับการใช้งานที่อุตสาหกรรมของเรากำลังดำเนินการอยู่นั้น จะทำให้เราเสียทั้งเวลาในการจัดซื้อ ติดตั้งและดูแลซ่อมบำรุงในระยะยาวได้

ดังนั้นหากคุณต้องการมองหา กระบอกสูบไฮโดรลิค หรือกระบอกลมนิวเมติกมาใช้งาน คุณควรตรวจสอบกระบอกสูบไฮโดรลิคเหล่านั้น จากผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐานหรือเชื่อถือได้เท่านั้น ทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์เอง ค่าใช้จ่ายในการลงทุน ซื้อกระบอกสูบไฮโดรลิค ตลอดจนการบริการหลังการขาย จากผู้ให้บริการ เป็นต้น

หากวันหนึ่งคุณพบว่ากระบอกสูบไฮโดรลิคของคุณ ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นแล้วล่ะก็ คุณจะต้องคำนึงในอนาคตอันใกล้นี้และวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่า คุณจะทำอย่างไรกับกระบอกสูบไฮโดรลิคที่หมดประสิทธิภาพเหล่านี้ดี หรือศึกษา การเพิ่มประสิทธิภาพให้กระบอกสูบ หรือ ถ้าคุณต้องการซ่อมแล้ว มันจะสามารถนำกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิมหรือไม่ อายุการใช้งานในรอบต่อไปจะคุ้มกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมนั้นหรือเปล่า หรือว่าซื้อกระบอกสูบไฮโดรลิคใหม่เพื่อนำมาใช้ทดแทนของเดิม ที่เสียหรือชำรุดแล้ว ดังนั้นในบทความนี้จะมาอธิบายประเด็นสำคัญ ที่คุณต้องคำนึงถึง หากคุณกำลังมองหากระบอกสูบไฮโดรลิค อยู่ด้วยกันหลายประการคือ:

  1. แกนก้านของกระบอกลมไฮโดรลิค การเสียรูปทรงของแท่งแกนก้านของกระบอกลมไฮโดรลิคในกระบอกลมอาจเกิดจากเส้นผ่านศูนย์กลางของแท่งไม่เพียงพอหรือความแข็งแรงของวัสดุชุดยึดกระบอกสูบที่ไม่เหมาะสมหรือการรวมกันของทั้งสาม เมื่อแกนเริ่มคดหรืองอ, โหลดของกระบอกลมจะถูกวางลงบนก้านปิดผนึกนี้และจะทำให้เกิดการรั่วไหลของอากาศและผลสุดท้ายก็คือซีลที่อยู่ในกระบอกลมไฮโดรลิคนั้นมีการเสื่อมสภาพในที่สุด

โดยแกนก้านของกระบอกลมไฮโดรลิคนั้น จะมีอายุการใช้งานที่ยาวหรือสั้นนั้น จะขึ้นอยู่กับสารหล่อลื่นที่อยู่ในแกนก้านของกระบอกลมไฮโดรลิคเอง ดังนั้นคุณควรตรวจสอบสารหล่อลื่นเหล่านั้นให้สม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานของแกนก้านของกระบอกลมไฮโดรลิคของคุณ

  1. พื้นผิวของกระบอกสูบ พื้นผิวของกระบอกสูบมีผลต่ออายุการใช้งานของก้านแท่ง ถ้าความขรุขระของผิวพื้นผิวของกระบอกสูบต่ำเกินไป (เรียบเกินไป) อายุการใช้งานของซีลอาจลดลงเนื่องจากการหล่อลื่นไม่เพียงพอ หากความขรุขระของพื้นผิวสูงเกินไปการซึมผ่านของสารปนเปื้อนจะเพิ่มขึ้นและระดับของการรั่วซึมที่ผ่านมาอาจส่งผลต่อกระบอกลมไฮโดรลิคของคุณได้ เทคนิคของการยืด อายุการใช้งานของกระบอกสูบ ให้พิจารณาพื้นผิวกระบอกสูบว่าพื้นผิวที่หล่อลื่นนั้นมีการสึกหรอหรือไม่และเราอาจจะปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวนี้คือ:
การใช้งานกระบอกลมนิวเมติก

การใช้งานกระบอกลมนิวเมติก

ในการนำ กระบอกสูบ ไปใช้งานบางประเภท เราควรหากระบอกสูบที่มีการเคลือบทรีทเมนต์หรือชุบสารต่างๆที่ผิวของกระบอกสูบแล้ว(เช่น นิกเกิล หรือโครเมียม) ซึ่งกระบอกสูบที่มีการเคลือบผิวนี้จะมีคุณสมบัติเชิงกลที่เหนือกว่าแบบธรรมดามาก สำหรับการเคลือบชุบโครเมียมแบบธรรมดาเราสามารถเห็นได้ทั่วไปคือ การเคลือบผิวโลหะด้วยนิกเกิลโครเมียม หรือการฉีดพ่นด้วยละอองโลหะที่มีอัตราเร็วสูง(HVOF)

การเคลือบสารเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของแท่งกระบอกสูบของเราได้ และในบางกรณีการติดตั้งผ้าห่อหุ้มหรือหมอนเพื่อป้องกันพื้นผิวแท่งและซีลจากความเสียหายและสารปนเปื้อนจากผลกระทบก็สามารถให้ผลประโยชน์ในการยืดอายุการใช้งานที่คล้ายคลึงกันได้เช่นกัน

  1. ลูกบอลลูนหรือลูกโป่งภายในกระบอกสูบ ลูกบอลลูนของกระบอกสูบจะต้องมีความหนาหรือความแข็งแรงและสามารถสร้างแรงดันให้กระบอกสูบได้อย่างเพียงพอ หากลูกโป่งนี้ไม่สามารถสร้างแรงดันได้เพียงพอแล้ว จะทำให้ของเหลวต่างๆหลุดออกมาจากระบอกสูบได้ โดยของเหลวที่มีความเร็วสูงเหล่านี้สามารถกัดกร่อนซีลและความร้อนที่เกิดจากการลดแรงดันในลูกสูบทำให้อายุการใช้งานของผนังของกระบอกลมลดลงได้
  1. พื้นที่แบริ่งไม่เพียงพอ หากพื้นที่ผิวของแถบแบริ่งบนลูกสูบไม่เพียงพอ(สึกหรอ) ที่จะรองรับแรงผลักดันด้านข้างที่ถ่ายโอนไปยังกระบอกสูบ โหลดส่วนบนของแกนและซีลกระบอกสูบมีการรับน้ำหนักมากเกินไป ส่งผลให้เกิดการเสียรูปของแกนกระบอกสูบและสุดท้ายจะทำให้กระบอกสูบของเรามีอายุการใช้งานที่ลดลงได้

กระบอกสูบที่ชำรุดแล้ว จะนำมาซ่อมแซม หรือสั่งซื้อใหม่ดี?

กระบอกสูบไฮโดรลิค

กระบอกสูบไฮโดรลิค

อย่างแรกเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อุปกรณ์นิวเมติกนั้นจะมีอายุการใช้งานของมัน และระบุไว้ในคู่มือการใช้งานอยู่แล้วอย่างชัดเจน หากคุณพบว่าอุปกรณ์เหล่านั้นมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่ากำหนด คุณต้องพิจารณาใหม่แล้วว่า คุณมีการติดตั้งหรือใช้งาน ตลอดจนดูแลรักษาอุปกรณ์นิวเมติกเหล่านั้น ได้อย่างถูกวิธีตามคู่มือหรือไม่ ถ้าคุณได้ทำตามคู่มือการใช้งานที่เคร่งครัดแล้ว อาจจะเป็นไปได้ว่าอุปกรณ์นิวเมติกเหล่านั้นจะเสื่อมสภาพเอง แต่หากว่าคุณคิดว่าตนเองไม่ได้ปฎิบัติตามคู่มือที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด คุณจะต้องแก้ไขหรือปรับปรุงรูปแบบการใช้งาน และการดูแลรักษาใหม่ เพื่อไม่ให้อุปกรณ์นิวเมติกของคุณ กลับมาชำรุด หรือเป็นสาเหตุให้คุณต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายอีกในอนาคต

สรุปแล้วกระบอกสูบไฮโดรลิคบางรุ่นจะมีอายุการใช้งานไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานและการดูแลรักษา ดังนั้น หากคุณมีกระบอกสูบไฮโดรลิค แล้วทำงานได้ไม่ค่อยเต็มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น มันก็อาจจะถึงเวลาแล้ว ที่คุณจะมองหากระบอกสูบหรือกระบอกตัวใหม่ หรือนำกลับมาซ่อมแซมบำรุงรักษา เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม

Tags, , , , , , , , , ,